1 พฤษภาคม 2562 การุณยฆาตโลมาหายากเกยหาดผ่าท้องเจอถุงพลาสติก-เศษลูกโป่ง

ที่มา: http://www.komchadluek.net/news/foreign/370274

สถาบันวิจัยสัตว์ป่าและปลา (เอฟดับเบิลยูซี) รัฐฟลอริดา โพสต์เฟซบุ๊กว่าจากการผ่าชันสูตรซากโลมาฟันห่างเพศเมียเคราะห์ร้ายตัวนี้ หลังเกยหาดฟอร์ท ไมเออร์ ชายฝั่งรัฐฟลอริดาเมื่อ 23 เมษายน พบถุงพลาสติก 2 ใบ และเศษลูกโป่ง นักชีววิทยา กล่าวว่าแม้พบขยะในกระเพาะ แต่อาจมีสาเหตุอื่นๆร่วมด้วย เช่น ป่วย หรือพลัดพรากจากแม่  ยังไม่อาจระบุสาเหตุที่แน่ชัดได้ แต่การพบขยะเหล่านี้ในท้องสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม ตอกย้ำอีกครั้งถึงความจำเป็นที่จะต้องลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว และไม่ปล่อยลูกโป่งในสภาพแวดล้อม ข้อมูลจากสำนักงานบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศ (โนอา) ระบุว่าโลมาฟันห่างสุขภาพดีในวัยใกล้เคียง น้ำหนักจะอยู่ที่ประมาณ 158 ก.ก. ยาว 2.5 เมตร  แต่ขณะพบโลมาสาวตัวนี้ มันอยู่ในสภาพผ่ายผอม และสุขภาพแย่มาก น้ำหนักแค่ 50 ก.ก. ตัวยาว 1.7 เมตร  นักชีววิทยาและผู้เห็นเหตุการณ์พยายามช่วยเหลือสัตว์เคราะห์ร้ายอย่างเต็มที่ แต่ในที่สุดเจ้าหน้าที่ตัดสินใจทำให้พ้นจากความทรมานบนหาดที่มันเกยตื้น ฟลอริดา ทูเดย์ รายงานว่าโลมาวัยประมาณนี้น่าจะยังอยู่ติดกับแม่  แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง มันขึ้นขึ้นมาตายไกลจากบ้านน้ำลึกของมัน ผู้ติดตามเพจเฟซบุ๊ก FWC ช็อกและเศร้าใจกับภาพขยะที่พบภายในกระเพาะอาหารของโลมา หลายคนเสนอว่าควรออกกฎหมายห้ามปล่อยลูกโป่งและโคมลอยทั้งหลายได้แล้ว ทุกคนจะต้องคิดถึงผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมและสัตว์ในธรรมชาติมาเป็นอันดับแรก ขณะอีกคนระบุว่ามนุษย์ต้องปรับปรุงตัว ธรรมชาติไม่ใช่ถังขยะ สำนักงานสัตว์ป่าและปลาฟลอริดา แนะนำด้วยว่าผู้ใดเจอสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเกยตื้น อย่าพยายามช่วยด้วยการผลักดันกลับลงไปในน้ำ เพราะอาจให้การตรวจและรักษาล่าช้าออกไป และบ่อยครั้ง สัตว์กลับมาเกยตื้นซ้ำในสภาพแย่กว่าเดิม แต่ให้โทรแจ้งหน่วยงานรับผิดชอบแทน